29 กันยายน 2022

urnews.co ยู อาร์ นิว

คลังข่าวสารบนพื้นที่ EEC

5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าลงทุนอีอีซี แตะ 2.2 ล้านล้านบาท!


“คณิศ” เปิดแผนลงทุนอีอีซี 5 ปีข้างหน้าแตะ 2.2 ล้านล้านบาท ดันเศรษฐกิจ 3 จังหวัดโต 3.3-4.7% รุกเทคโนโลยี-อุตสาหกรรมใหม่-โครงสร้างพื้นฐาน ดึงเอกชนร่วมทุน รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยในงาน EEC : NEW Chapter NEW Economy ช่วงเสวนาก้าวต่อไปอีอีซี ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยในปี 2564 เศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 1.6% ส่วนในปี 2565 เศรษฐกิจอยู่ที่ 3.6% และคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2566 อยู่ที่ 4.0% ขณะเดียวกันก่อนที่อีอีซีจะมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปี 2561 พบว่าทั้ง 3 จังหวัดในพื้นที่อีอีซี (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 3% น้อยกว่าเศรษฐกิจระดับประเทศอยู่ที่ 4% แต่หลังจากนี้คาดการณ์พื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดในอีอีซีปี 2564-2566 จะมีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจอยู่ที่ 3.3-4.7% เร็วกว่าระดับในประเทศไทย 

“หากพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดในอีอีซี มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วกว่าประเทศจะช่วยผ่อนภาระให้จังหวัดอื่นๆสามารถเติบโตได้ในระดับปกติที่ทำให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้”

ส่วนอัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 2565 อยู่ที่ 6.3% ถือเป็นอัตราที่ไม่เยอะหากเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในประเทศอื่นๆ หากในปี 2566 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ในระดับ 105 ดอลลาร์ จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงอยู่ที่ 2.6% แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลงอยู่ในระดับ 90 ดอลลาร์ โดยสาเหตุที่คาดการณ์ลักษณะนี้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะและมีการฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ขณะที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปมีการฟื้นตัวกลับไปเท่าเดิมแล้ว คาดว่าไทยจะสามารถฟื้นตัวได้เท่ากับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในครึ่งปี 2566 

นายคณิศ กล่าวต่อว่า ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐแข็งค่า ทำให้ประเทศอื่นๆมีค่าเงินที่อ่อนค่าลง โดยไทยมีค่าเงินอ่อนค่าลงอยู่ที่ 6% เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐแข็งค่าอยู่ที่ 15%  หมายความว่าไทยสามารถทำการค้าร่วมกับประเทศอื่นๆบริเวณใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น ส่วนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในเดือนตุลาคม 2565 คือแผน 13 :โอกาสในรอบ 100 ปี ถ้าไม่สำเร็จก็หมดหวัง โดยตั้งเป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีรายได้ประชาชาติต่อหัวไม่ต่ำกว่า 8,800 ดอลลาร์สหรัฐ ฯลฯ ทั้งนี้อีอีซีจะถูกวางให้เป็นเกตเวย์ ซึ่งในอนาคตจะต้องจับตาดู SEC ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง Game Changer ในประเทศไทย 

สำหรับความสำเร็จใน 4 ปีแรก (ปี 2561-2565) ได้มีการอนุมัติเงินลงทุนแล้ว 1.8 ล้านล้านบาท จากเดิมที่วางเป้าหมายอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านบาท ใช้ระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปี ซึ่งมาจากการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ในโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 655,821 ล้านบาท การออกบัตรส่งเสริมการลงทุนโดย (BOI) วงเงิน 1,091,374 ล้านบาท และงบบูรณาการ วงเงิน 94,514 ล้านบาท โดยการอนุมัติงบลงทุนในครั้งนี้เป็นการใช้งบประมาณจากภาครัฐเพียง 5% ส่วนงบประมาณที่เหลือมาจากภาคเอกชนทั้งหมด 

“เราไม่อยากให้อีอีซีเป็นพื้นที่ที่แย่งเงินในจังหวัดอื่นๆมาดำเนินการ เราไม่ทำ โดยเราใช้วิธีใหม่คือการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพราะฉะนั้นงบบูรณาการของภาครัฐจะใช้เพียง 5% ขณะที่การใช้งบของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อยู่ที่ 0.1% นี่คือวิธีบริหารที่เราเชื่อว่าเป็นความสำเร็จ”

ข้อมูลจาก https://www.thansettakij.com/economy/eec/536921